วันนี้ มานั่งมึนๆ อยู่หน้าจอคอม เช่นเคย
ด้วยที่ ห่างเหินจากการเขียนบทความไปเนิ่นนาน
คาดว่า คนที่ตามอ่าน คงหายไปเยอะ โข อยู่
วันนี้ ไม่มีข่าว หรือเทคนิค ดีๆ อันใด จะมาเสนอ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แต่อย่างใด
ข้อความข้างล่าง ถ้าไม่ว่าง ก็ปล่อยผ่าน ไปได้เลย
อารมณ์ นี้ คง เหมือน คน พี้ กัญชา
แล้วปล่อยตัวตนลอยหายไปกับความคิด แล้วล่ะ
------
เคยคิดกันบ้างไหม
ว่า จุดหมายจริงๆ ของชีวิต คืออะไร
ผมเอง เคยถามตัวเองอยู่บ่อยๆ
ว่า นี่เรา มาทำอะไร ที่ตรงนี้
ทำไม เราไม่เลือกทางที่เราชอบ เรารัก
เรากำลัง ฝืนทำใน สิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนของเราหรือป่าว?
อืมม... ผมถามตัวเอง พร้อมๆ กับ สมทบ คำพูดตัวเองอยู่ในความคิด เป็นระยะๆ
อันที่จริง แม้รู้อยู่แล้วว่าต้องการอะไร
แต่ อ่อนแอ เกินกว่า จะตัดสินใจเด็ดขาดลงไป
มัน น่า เศร้า... ผู้ชาย อย่าง ผม จะอ่อนแอ ได้ปานนี้
------------
นาทีนี้
ชีวิต ยิ่ง ดำเนินไป ยิ่ง ชัดเจน
เสียง รถ ขวัก ไขว่
รถ ไฟฟ้า แล่น ผ่าน
แผ่นดิน สะเทือน รอบๆ ตัวผม
ผมมอง เห็น รถไฟฟ้า วิ่งผ่านไป จากมุมมองด้านล่าง...
คนบนนั้น ก็อาจไม่ต่างจากผม
เราต่าง ยอมมีชีวิต เดิมๆ
เสพ แบรนท์ หรูๆ ... เดิน ห้าง ดังๆ
คาดว่า หลายคน อาจจะใช้ชีวิต คล้ายๆ แบบนี้...
บางที ก็คิดนะ
ว่า เราเหมือน หนูแฮมเตอร์ ที่มีกรง ครอบ
แล้ว มี ลู่วิ่งเล็กๆ ให้ วิ่งๆ เพลิน ไปวันๆ
ผมว่านั่นอาจจะเป็นสิ่งเดียว ที่หนู แฮมเตอร์ จะมีความสุข ได้...
กับพวก มนุษย์ เงินเดือน อย่างเราๆ คงคล้ายๆ กัน
ผม ว่า มันช่วยได้บ้าง... ที่ยังมี ห้างให้ เดินอยู่
อย่าง น้อย ก็ หัวโล่งๆ ได้ สองสามชั่วโมง เลยแหล่ะ
---------
ผม สับสน นะ
สับสน กับ อนาคต ตัวเอง
ความชอบ และ ความรัก
แม้ กระทั่ง ความเป็น ตัวตนของตัวเอง
บางครั้ง แอบนิยามความรัก
แต่... ทุกครั้งที่นิยาม
ก็ราวกับว่า ไม่สามารถ นิยาม มันได้เลย
บางคน ทำให้ หัวใจ ผมพองโต
แต่บางที คนๆ เดียวกัน นั่นแหล่ะ ก็ ทำให้ ใจผม จวนเจียน จะขาด
มันแปลกดี
เรื่องความรัก อาจจะเป็นเรื่อง คลาสิค เกินกว่า จะนิยาม และเอามาตีความ เป็นนั่น โน่นนี่
แต่เชื่อไหม...
เราก็ยัง นิยาม
หลายๆ คน ก็ยังนิยาม
แล้ว ก็ผิด ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
โดยเนื้อแท้ของความรัก มันคือความสับสน โดยแท้ ล่ะมั้ง
-----
หลังจาก โยก เยก โย เย ในความคิดอยู่พักใหญ่ๆ
นึกขึ้นมาแล้ว อยากบวช...
อยากค้นพบ ว่าจริงๆ ชีวิตเรานั้น เกิดมาเพื่ออะไร
ทำอย่างไร ให้ใจเป็นสุข แล้วจะยิ้มอย่างไร ให้หัวใจมันพองโต ตามไปด้วย
หลายเดือน ก่อนหน้านี้ ลงทุน ลงแรง หาซื้อหนังสือ ธรรม
มาเปิดอ่าน ศึกษา ประสบการณ์ ของ คนนั้น คนนี้
หู ตา เริ่มมองเห็น สัจธรรมหลากหลาย
ใจ เริ่ม นิ่ง ขึ้นมา หน่อย
คำสอนนี่ เป็นธรรมชาติโดยแท้
ธรรมชาติ ของการคิดในแง่ดี
คิดอย่างมีเหตุผล มีหลักการชัดเจน
ตัวหนังสือ แม้บางเล่ม จะมีเนื้อหา คล้ายเคียงกัน
แต่เวลา ตีความ บางเล่ม เขียนได้ดีมาก
ทำให้ เข้าใจได้ถ่องแท้
เช่น
เรื่อง สมาธิ
เรื่อง วิปัสสนา
อืม... มันเป็นอีกโลกหนึ่ง ซึ่งไม่เคยพบ
มันสดใส มันสว่าง
จน เกิด ความอยากรู้อยากเห็น ใน ธรรม
แต่ตอนนี้ ยังไม่สามารถ เดินต่อ ไปยังจุด ที่ตั้งเป้าไว้ได้
ซึ่งก็ยังไม่ทราบเช่นกัน ว่า มันคือสิ่งใด
หนังสือ ก่อน หน้านี้ ที่อ่าน ก็ไม่ได้ คาดหวังว่าจะเจอสิ่งใด
แต่ก็ เจอเรื่อง แง่ คิด หลากหลาย ให้ คิด จน คล้อยตามได้
จน เชื่อใน ความเป็น พุทธ
จน เพื่อน หลาย คน ถึง กับ ประหลาดใจ (ออกแนวแตกตื่นจะดีกว่า)
คาดว่าหลายคน อาจจะคิดว่าเป็นเรื่อง คร่ำครึก หัวโบราณ
แต่อันที่จริง... ไม่ใช่เลย...
ต้องลอง... อธิบายไม่ถูก
เมื่อใด ใจ พบ ธรรม จะเป็น สุข
-----------
เขียนมาถึงตรงนี้
เข้าใจตนเองแล้ว ว่า ที่กระวนกระวายใจ
นั้นเพราะ ต้องการ จะหนีทางโลก หนีความวุ่นวาย
แล้วแสวงหาความสุขจริงๆ ในทางธรรม
----------
เมื่อใด ไร้ ซึ่ง อัตตา เมื่อ นั้น ก็ ไร้ ซึ่งความโลภ ความอยากได้อยากมี
คาดว่าเวลานั้น ใจ คงเป็นสุข เรื่อง ทุกข์ ก็คงลดน้อยถอยลง
ไปตามบาป ซึ่งมีโอกาสสร้างได้น้อยเช่นกัน
*อัตตา หมายถึง ความมีตัวตน ความยึดมั่นถือมั่น
เช่น การคิดว่าร่างกายคือของเรา นี่คือเงินของเรา นี่คือคนรักของเรา