Apr 15, 2012

เกาะกูดสามวันสองคืน (รอบสอง)

ในช่วงวันที่ 8 - 10 เมษายน 2555 ผมได้มีโอกาสไปเยือน เกาะกูด อีกครั้ง

การเดินทางครั้งนี้ ตั้งใจไปถ่ายรูปเป็นหลัก เพราะรอบก่อนเจอมรสุมพอดี




ผมซื้อตั๋วรถทัวร์ ออกเดินทางคืนวันที่ 7 เมษายน 2555 รอบดึกสุดคือ 23:30 น.




ชานชลา ที่จะขึ้นคือ 15 - 17 ท่ารถไป จังหวัดตราด




เราเดินทางใช้เวลาเพียงสี่ชั่วโมงก็ถึง บขส. ตราด (เร็วมาก)

ทางคุณเจี๊ยบ จาก อ่าวน้อยรีสอร์ท ก็ขับรถมารับเราเพื่อไปยังห้องรับรองของทางรีสอร์ท

ซึ่งก็จะอยู่ที่ โรงน้ำแข็งวรการ เป็นที่เดียวกันกับที่ทางรีสอร์ทให้ผู้มาพัก

สภาพห้องพักก็เป็นสำนักงานของทางอ่าวน้อยรีสอร์ท

ณ ตอนนั้นยังคิดอยู่เลยว่าถ้าไม่ได้ซื้อแพคเกต คงต้องนอนรอที่ บขส. จนเช้า

สมองอื้ออึง ง่วงนอนกันมาก จึงจับจองโซฟา และหลับกันไปอย่างง่ายดาย

เพราะต้องเก็บแรงก่อนที่จะออกเดินทางโดยเรือในช่วงเช้า




7.30 น. ทางรีสอร์ท ก็มาเคาะประตู ปลุกเราเพื่อไปทานข้าว

ทางรีสอร์ท บริการค่อนข้างดี คือมีกาแฟ, โอวัลติน กับน้ำอุ่นๆ ไว้บริการตลอด

ห้องน้ำ ก็มีพร้อม แต่ติดว่ามันเก่าและแมลงเยอะไปหน่อย

ซึ่งมารู้ทีหลังว่า เราได้พักห้องรับรองซึ่งเป็นสำนักงานเก่า

เพราะมีอีกกลุ่มพักที่สำนักงานใหม่ไปก่อนหน้านี้ (มาถึงก่อน)




เอาล่ะ ผมไม่ติดใจอะไรนักกับเรื่องห้องรับรอง

ล้างหน้าล้างตาเสร็จก็ออกมาด้านนอก แหงนมองดูท้องฟ้าวันนี้สดใส

ใจเริ่มชื้นขึ้นมาคาดว่าจะไม่พบมรสุมอย่างเคย




โรงน้ำแข็ง วรการ อยู่ติดกับท่าเรือ และเรือประมงก็สามารถเทียบท่าอยู่แถวๆ นั้น

วันก่อนกลับผมเห็นเขาได้ปลาหมึกมาหลายสิบตัว คงเน้นจับปลาหมึกกันเป็นหลัก




แบกสัมภาระขึ้นรถตู้คันเล็กของคุณเจี๊ยบ ซึ่งได้เตรียมเอาไว้พาเราไปทานข้าว




ข้าวหน้าทะเล กับข้าวมันไก่ สั่งกันคนล่ะจาน (จ่ายเอง)

ทานข้าวกันเร่งรีบนิดหน่อย เพราะมีนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มจะไปขึ้นเรือพร้อมกัน




รถตู้ที่คอยรับส่งเราครับ




ทางคุณเจี๊ยบมาส่งเราที่ท่าเรือ "ด่านเก่า" ประมาณ 8.30 น.




ก่อนหน้านั้น มีเรือกำลังเติมน้ำมัน ผมก็พึ่งจะเคยเห็นนี่แหล่ะถ่ายเก็บไว้ซะเลย




เวลาล่วงเลยไป ถ่ายรูปเล่นไปพลางๆ กว่าจะได้ขึ้นเรือจริงๆ ก็ประมาณ 10.30 น.




รับน้ำดื่มจากทางลุงเจีียบ ไว้สำหรับดื่มบนเรือ




11.40 น. โดยประมาณ ก็ถึงท่าเรือที่ อ่าวน้อยรีสอร์ท บนเกาะกูด




บรรยากาศหลังจากได้ก้าวขึ้นไปบนเกาะ

จะเห็นพื้นน้ำสีเขียวใสแจ๋วราวกับนั่งมองดูสระว่ายน้ำขนาดใหญ่

ลมทะเลเย็นๆ ละมุนละมัย กระทบกาย กลิ่นทะเล เสียงคลื่น เริ่มชัดเจน

มันคล้ายความรู้สึกแรกพบครั้งแรกเมื่อปีก่อน




ผมเองต้องมนต์สะกด ณ นาทีนั้น

อันที่จริงไม่ว่าจะเป็นใครก็คงปฏิเสธความงามตรงหน้าไม่ได้




สะพานทอดยาวจากท่าเรือไปจนถึงรีสอร์ท

ระหว่างนั้นพนักงานที่รีสอร์ทก็มารับสัมภาระของเรา

และแจกจ่ายน้ำมะพร้าวหอมให้กับผู้มาเยือนอย่างเรา

หอมหวาน ชื่นใจครับ




เข้าที่พัก "ห้องพัก H17" นั่งฟังเสียงคลื่น พักผ่อนตามอัธยาศัย

ผมเองก็นอนแผ่สองสลึง สบายใจเฉิบ รู้สึกดีที่รอบนี้ไม่เมาเรือ




12.00 น. ทานข้าวเที่ยงกันแบบจัดเต็ม

อาหารทะเล มีให้ทานกัน อิ่มหนำสำราญ

ที่สำคัญอร่อยมาก




13.00 น. ขึ้นรถสองแถวที่ทางรีสอร์ทเหมาไว้ ให้พาไป น้ำตกคลองเจ้า

รถสองแถวจะจอดให้เราลงและเดินต่อจากจุดนั้นเข้าไปยังน้ำตก




ระยะทางไม่ไกลมาก ประมาณสามร้อยเมตร










บริเวณน้ำตก




ขากลับเราเหมารถสองแถวต่อไปยัง อ่าววสลัด

ที่นี่มีปลาเค็มขาย มีปลาในกระชังให้ดู










เดินไปเล็กน้อยเพื่อจะไปไหว้พระ




15:00 น. เริ่มเหนื่อยก็กลับมาทานอาหารว่างของทางรีสอร์ท




หลังทานอาหารว่างเสร็จก็กลับมายังที่พัก

ได้กีตาร์ที่นำมาด้วยเล่นเพลินๆ








ได้เวลาจนจวนเจียนพระอาทิตย์จะลับฟ้า

เราจึงเดินถ่ายรูปริมหาด




19.00 น. มื้อดึกก็มาเยือน

กุ้ง หอย ปลาหมึก ปลา มีผลัดเปลี่ยนให้ได้ทานกันตลอด

กลับมาก็เดินเล่นริมหาดนิดหน่อย แล้วก็เข้านอน

หมดไปสำหรับคืนแรก




8.00 น. เช้าวันที่่ 9 ซึ่งเป็นวันที่สองของทริปนี้








อากาศยังคงดี ฟ้าใส ทะเลสวย คลื่นลมสงบ





10.00 น. เรือเร็วพาเราไปดำน้ำ สามเกาะ

คือเกาะยักษ์ใหญ่ เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง








ทุกคนดูสนุกกับกิจกรรมนี้






12.00 น. ทานข้าวเที่ยงกันที่หาดศาลเจ้า บนเกาะรัง




เต็มอิ่ม สดชื่น สบายท้องกันเลย

หากช่วงนี้ใครปวดหนักขึ้นมา ยังไงก็ขอให้อดใจไว้ปลดทุกข์กันที่รีสอร์ทจะดีกว่า

แม้ว่าบนเกาะรัง จะมีห้องน้ำบริการก็ตาม แต่... มันก็อาจจะเป็นภาพติดตาได้

ถ้าหากส้วมเกิดเต็มขึ้นมา เหมือนรอบที่ผมพึ่งไปมา

เกาะรังเป็นเกาะสำหรับพักทานข้าวเท่านั้น และไม่มีที่พักใดๆ อยู่บนเกาะ






14:00 น. ทานกันเสร็จก็กลับเข้าฝั่ง

กิจกรรมบนเกาะตามแผนก็หมดไปแล้ว

ตอนนี้ใช้เวลาเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัยจริงๆ








เดินถ่ายรูปริมหาดเช่นเคย








คลื่นลมสงบ เสียงคลื่นกระทบฝั่งเบาลงอย่างชัดเจน




แสงสุดท้ายที่จะได้เห็นสำหรับทริปนี้ก็มาเยือน




นักท่องเที่ยวเริ่มทะยอยกลับ




มีเพียงคู่รักบางคู่เท่านั้นที่ซึมซับบรรยากาศอยู่




มื้อดึกวันนี้ ยังคงสร้างความประทับใจให้เราเช่นเคย

อิ่มอร่อย พุงป่อง ตลอดทริป




ลาก่อน เกาะกูด

คงมีโอกาสได้มาเยือนอีกครั้งเมื่อเวลาเหมาะ

Mar 22, 2012

Netbeans SVN Failed



ตามภาพวิธีแก้ปัญหาคือ
1. Download & install CollabNet Subversion Client (currently v1.6) (ต้องสมัครสมาชิกก่อน download)
http://www.open.collab.net/downloads/netbeans/

2. download version ล่าสุดตามลิงค์ด้านล่าง
https://ctf.open.collab.net/sf/frs/do/viewRelease/projects.csvn/frs.svn_release_candidates.windows

3. แตกซิบนำไป "วางทับ" ไว้ที่ๆ ติดตั้งโปรแกรมใน ขั้นตอนที่หนึ่ง "%ProgramFiles(x86)%\CollabNet\Subversion Client"

4. ปิด netbeans แล้วเปิดขึ้นมาใหม่ก็จะสามารถใช้งานได้ครับ


ที่มาของข้อมูลการแก้ปัญหา
user: prgTW
url: http://forums.netbeans.org/topic41704.html

Mar 16, 2012

ไหว้พระเก้าวัดในกรุงเทพ

ทริปนี้ผมไปกับทีมงานที่บริษัทครับ เป็นทริปแรกที่เที่ยวในกรุงเทพแบบตระเวณทั้งวันเลยก็ว่าได้

วันที่ไปคือวันที่ 17 เดือน พฤษภาคม 2554 (ดองข้ามปีกันเลย)

สำหรับชื่อวัดต่างๆ ผมจำได้ไม่หมดนะครับ คนเยอะ และร้อนมาก

จึงเก็บสถานที่แต่ล่ะแห่งมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันเล็กๆ น้อยๆ

ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ผมว่าคนกรุงเทพหลายคน น่าจะรู้จักแทบทุกวัดครับ



ผมขอเริ่มด้วย ศาลหลักเมืองครับ




ไหว้พระ




ใครเลยจะรู้ว่าน้ำมันพืช ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำบุญ




ไหว้พระ จุดธูป จุดเทียน




วัดที่หนึ่ง




ภายในเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว




มองไปทางด้านใด ก็พบแต่ความอลังการ สง่างาม






อลังการมาก




ระยิบระยับ




ถ่ายเก็บใบหน้าเจ้ายักษ์ตนนี้ ก่อนไปยังวัดที่สอง






ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เราก็จะพบวัดที่สามครับ






ภายในวัดที่สาม จุดที่นักท่องเที่ยวจะเข้ามามากที่สุดจะอยู่จุดนี้






ล่องเรือข้ามฟาก ไปยังจุดถัดไป






พี่ๆ ที่ร่วมทริปนี้ครับ




ถึงฝั่งแล้ว








เก็บภาพสถาปัตยกรรม ที่แปลกๆ ตา




กราบองค์พระ และรับน้ำมนต์ ในวัดที่สี่






วัดที่สี่ ใกล้ๆ กันเลย




ยอดอยู่สูงมาก และแสงก็แยงตามากเช่นกัน ฝนทำท่าจะตกแล้ว




ขึ้นรถสองแถวไปต่อยังวัดที่ ห้า




คนแน่นเช่นเคย เป็นสาเหตุอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ผมไม่นิยมไปวัดช่วงวันพระ




ตามคาด ฝนโปรย




วัดที่หก



วัดนี้อยู่ย่านถนนข้าวสาร ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ




วัดที่เจ็ด เล่ง เหน่ง ยี่






วัดที่แปด วัดนี้สวย และอลังการกว่าที่ใดๆ ครับ



วัดนี้อยู่ติด เสาชิงช้า




เดินถัดไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตรได้จะพบวัดที่เก้า




ท้องฟ้าเริ่มสีสวย อากาศกำลังดี




พี่ที่ไปด้วยบอกว่า ที่นี่เป็นวัดประจำรัชกาลของ รัชกาลที่เก้า






เงียบสงบ จนน่านอน แอบหาวไปหลายรอบ






สวยงามจริงๆ




จบทริปด้วย มนต์นมสด ครับ




บุญรักษา นะครับ ทุกท่าน

Blog Comment

บทความที่ได้รับความนิยม